พีทมอสคือ อะไร ใช้ยังไง

พีทมอสคือ

พีทมอสคือ อะไร

คุณอาจเคยเห็นวัสดุเส้นใยสีน้ำตาลเข้มที่เรียกว่า พีทมอส มีขายตามร้านขายอุปกรณ์เพาะปลูก หรือร้านขายต้นไม้ทั่วไป พีทมอสคือ วัสดุปลูกที่มีประโยชน์มาก และใช้กันอย่างแพร่หลายไม่ว่าจะนำมาเป็นส่วนผสมกับดินหรือวัสดุปลูกอื่น พีทมอสเป็นอินทรียวัตถุ แต่ก็ทำให้เกิดการถกเถียงเรื่องสิ่งแวดล้อมมากมาย

ผู้ปลูกจำนวนมาก แม้แต่ผู้ที่ใช้บ่อยๆเป็นประจำ อาจไม่รู้ว่าพีทมอส คืออะไร มีที่มาอย่างไร หรือวิธีใช้วัสดุปลูกนี้อย่างเหมาะสมในการปลูก และเข้าใจว่าวัสดุปลูกนี้มีความหมายต่อโลกอย่างไร นั่นคือจุดประสงค์ของโพสต์นี้ที่จะอธิบายแชร์เรื่องราวที่มาที่ไป และใช้ประโยชน์ได้อย่างคุ้มค่าสูงสุดกับเงินในกระเป๋าที่ต้องจ่ายออกไป

พีทมอสคือ
Qaulity Peat moss

พีทมอสคือ อะไรเหมือน สแฟกนั่มมอสไหม

ทั่วไปมักเรียก พีทว่า พีทมอส (Peat Moss) แม้ว่าจะแตกต่างกันบ้าง พีท เป็นวัสดุปลูกที่เกิดขึ้นจากอินทรียวัตถุ อยู่ในที่ชื้น พีทสามารถก่อตัวขึ้นจากวัตถุที่ไม่เหมือนกัน หรือต่างชนิดกัน แต่ส่วนใหญ่ของพีทที่ได้ จะมีส่วนประกอบของสแฟกนั่มมอส และด้วยเหตุนี้จึงได้ชื่อว่าพีทมอส

พีทมอสคือ
Peat bog

ในขณะเดียวกัน สแฟกนั่มมอส เป็นพืชที่ขึ้นอยู่บนชั้นผิวด้านบนของที่ที่มีความชุ่มชื้นมากเรียกว่าพีทแลนด์ ดิน หนองน้ำ หรือบ่อบึง มันเติบโตได้ดีในสภาพอากาศเย็น และเปียกชื้น เมื่อเวลาผ่านไป ส่วนที่เกิดก่อนจะจมลงไปในชั้นล่างและทับถมกันไปจนเกิดกระบวนการย่อยสลาย ขั้นตอนนี้เกิดขึ้นอย่างช้าๆ เป็นชั้นเป็นชั้นทับถมไปเลื่อยๆ ใช้เวลานานมากในแต่ละชั้น โดยเฉพาะชั้นที่ปราศจากออกซิเจน ยาวนานนับพันปี จนความหนาของชั้นล่างที่ก่อตัวขึ้น ถูกรวมเป็นเนื้อเดียวกันเรียกว่า พีทมอส

Peatland

ประวัติพีทมอส

พีทถูกตากให้แห้งและใช้เป็นแหล่งเชื้อเพลิงในบางประเทศมานานหลายศตวรรษ เช่นเดียวกับเชื้อเพลิงฟอสซิลอื่นๆ ที่อุดมไปด้วยคาร์บอน จนกระทั่งทศวรรษที่ 1940 พีทถูกนำมาใช้เป็นวัสดุปลูกแทน ปัจจุบันพีทมอสได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายเพื่อการเพาะปลูก ใช้แทนดิน หรือผสมกับดิน นำมาเพาะเมล็ด บรรจุใส่ถุงเพื่อเพาะเห็ด และอื่นๆอีกมากมาย

พีทมอสคือ
Mining peat

คุณภาพของพีทมอส ที่ความลึกต่างกัน

พีทมอสนั้นมีหลายคุณภาพ อยู่ที่ความลึกของพีทมอสที่ขุดลงไปในแต่ละชั้น และแหล่งที่มาที่ต่างกัน สามารถจำแหนกคุณภาพได้ดังนี้ 

Different types of high peat

ผิวชั้นบนสุดคือ ซากสแฟกนั่มมอสที่ลึกลงไปโดยประมาณ 25 เซนติเมตร ชั้นนี้ยังไม่ผ่านขบวนการย่อยสลายเป็นเนื้อเดียวกัน ที่เพียงพอต่อการใช้งาน เรียกว่า Upper layer

สแฟกนั่มมอสชั้นนี้ได้ผ่านผ่านขบวนการย่อยสลายเป็นเนื้อเดียวกันแล้วสามารถกั๊กเก็บน้ำได้ 10-12 เท่าของน้ำหนักตัวมัน มีสีค่อนข้างอ่อน ประกอบขึ้นจากการรวมตัวหลายสายพันธ์ของสแฟกนั่มมอส ชั้นนี้ยังเป็นวัสดุอินทรีย์ที่ค่อนข้างอ่อน สามารถเสื่อมสภาพได้เร็วมาก เทียบกันชั้นที่ลึกกว่านี้

พีทลิตเตอร์หรือเศษซากพีทตกกจากชั้นบนสุดของขบวนการย่อยสลายนี้ พีทในชั้นนี้มีสีน้ำตาลเข็ม สามารถกักเก็บน้ำได้อย่างน้อย 8 เท่าของน้ำหนักตัวมันเอง การดูดซึมและการระเหยน้ำช้ากว่าในสแฟกนั่มมอส ลิตเตอร์พีทนี้สามารถใช้ได้ จัดอยู่ในเกรดธรรมดาของขบวนการย่อยสลายยังไม่ดีเท่าชั่นที่ลึกลงไป

คัลเลอร์พีทหรือ พีทสีสกัดจากชั้นระหว่างชั้นพีทสีขาวและสีดำ ชั้นนี้ใช้เวลาย่อยสลายตัวนานกว่าชั้นสีขาว และสีของมันอยู่ระหว่างสีขาวและสีดำ คัลเลอร์พีทนี้สามารถกักเก็บน้ำ ได้น้อยกว่าลิตเตอร์พีท และสแฟกนั่มมอสพีท

การ์เด้นพีท ในชั้นนี้เป็นทรัพยากรที่สำคัญ สำหรับการเพาะปลูก ผลิตโดยปล่อยให้พีทดำเปียกแข็งตัวด้วยความเย็น พีทดำแข็งช่วยเพิ่มคุณภาพการกักเก็บน้ำและลดการหดตัว หลังจากการอบแห้ง การ์เด้นพีท สามารถกั๊กน้ำได้อย่างน้อย 4 เท่าของน้ำหนักตัว พีทสวนมีสีน้ำตาลเข้มซึ่งเป็นข้อบ่งชี้ว่าการสลายตัวมาถึงขั้นขั้นสูงแล้ว ประกอบด้วยอนุภาคละเอียดมาก ซึ่งหมายความว่าสามารถเก็บอากาศได้ค่อนข้างน้อย

แบล็คพีท ชั้นนี้โดยทั่วไปเรียกกันว่าพีทเก่า หรือพีทแชมป์ มันไม่เหมาะสำหรับการเพาะปลูก เพราะมันจะกอดตัวแน่นเมื่อแห้ง หลังจากนั้นจะมีการอุ้มน้ำที่ต่ำ และเมื่อแห้งสนิทอีกครั้งจะกลายเป็นพีทที่แข็งกอดตัวกันเป็นก้อน นิยมนำไปเป็นเชื้อเพลิง

ประโยชน์ของพีทมอส

เมื่อเปรียบเทียบกับวัสดุปลูกอื่นๆ พีทมอสนั้นมีความสะอาดมากกว่าวัสดุปลูกอื่นอยู่มาก ใช้งานง่ายสะดวกสบาย ทำความสะอาดง่าย ถ้าพีทมอสตกลงพื้นขณะที่ยังเปียกอยู่ ทิ้งไว้ซักพักก็จะวาดทิ้งได้อย่างง่ายดาย

หนึ่งในคุณสมบัติที่ดีที่สุดของพีทมอสคือปลอดเชื้อ ไม่มีแบคทีเรียใดๆ เชื้อรา สารเคมีอันตราย และไม่มีเมล็ดวัชพืช ทำให้วัสดุปลูกนี้เหมาะสำหรับเพาะต้นกล้า ซึ่งค่อนข้างอ่อนไหวต่อสภาพแวดล้อมโดยรอบ

พีทมอสดูดซับได้หลายเท่าตัวของน้ำหนักตัวมัน และกักเก็บน้ำได้เป็นอย่างดี เหมาะสำหรับปลูกและนำไปผสมกับวัสดุปลูกอื่นๆ

พีทมอสส่วนใหญ่มีค่า pHต่ำ จาก 3.5 ถึง 6 โดยเฉลี่ย ขึ้นอยู่กับแหล่งที่มาของพีทมอสที่ถูกขุด เหมาะมากสำหรับพืชที่ต้องการความเป็นกรด เช่น สตรอเบอรี่ หรือ บลูเบอร์รี่

แม้ว่าพีทมอสจะดูดซับน้ำได้ดี แต่ก็ไม่ร่วนซุยเหมือนดิน ปัญหาของการเกาะตัวแน่น คือทำให้ยากต่อการไหลผ่านของน้ำและอากาศ การนำพีทมอสมาใช้เป็นส่วนผสมจึงช่วยแก้ปัญหาการเกาะตัวกันแน่นได้  ทำให้ได้ส่วนผสมที่เหมาะกับการเติบโต ช่วยระบายน้ำและอากาศได้ดีขึ้น

ราคาขึ้นอยู่กับคุณภาพดังที่กล่าวไว้ขั้นต้น การ์เด้นพีทเป็นชนิดที่ดีที่สุด ราคาค่อนข้างสูงขึ้นอยู่กับแหล่งที่มาด้วย หาซื้อได้ง่ายตามแหล่งซื้อขายต้นไม้และอุปกรณ์เพาะปลูก หรือซื้อตามแหล่งช๊อปปิ้งออนไลน์ทั่วไป

ข้อเสียของพีทมอส

ต่างจากวัสดุอินทรีย์อื่นๆ เช่น ปุ๋ยหมัก พีทมอสมีสารอาหารต่ำมาก นอกจากนี้ยังไม่มีจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ แต่สามารถใช้พีทมอสร่วมกับดินเพื่อเป็นการปรับปรุงดิน และวัสดุอื่นๆได้ แต่ไม่เหมาะที่จะใช้เป็นวัสดุปลูกเพียงชนิดเดียวในการปลูกโดยไม่ผสมกับวัสดุปลูกอื่น เพาะจำทำให้พืชเจริญเติบโตไม่ดีอย่างที่ควรจะเป็น

ปัญหาความแห้ง

แม้ว่าพีทมอสจะกักเก็บน้ำได้ดีถึง 10 เท่าของน้ำหนักตัว และเป็นส่วนเสริมที่ดีให้กับดิน แต่เมื่อแห้งสนิทจะใช้เวลานานกว่าจะซึมซับความชุ่มชื้นกลับมา ดังนั้นเมื่อใช้ในการเพาะเมล็ดด้วย พีทมอสเพียงอย่างเดียวโดยไม่ผสมวัสดุปลูกอื่น ควรระวังให้เมล็ดได้รับความชื้นเพียงพอ หรือถ้าให้ดีควรผสมกับดินหรือวัสดุปลูกอื่นๆร่วมด้วย

Shrinks a lot when it dries

เช็คค่า pH ของส่วนผสม

แม้ว่าพืชส่วนใหญ่ที่ชอบความเป็นกรดสูง แต่ไม่ทุกชนิด ควรตรวจสอบสภาพดิน เพิ่มกรด หรือด่าง ให้ใกล้เคียงกับธรรมชาติ ที่พืชชนิดนั้นต้องการ อีกปัญหาหนึ่งของค่า pH ในดิน คือการปรับสภาพของดินมากเกินไป เพื่อเปลี่ยนระดับ ค่าpH ของดิน อาจเกิดปัญหาได้ ดินธรรมชาติเหมาะที่สุด

พีทมอส ราคา สูง แพง

แม้ว่าพีทมอสจะไม่ใช่วัสดุปลูกที่แพงที่สุด แต่ก็ไม่ถูกเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าต้องการใช้พีทมอสจำนวนมาก ราคาอาจเป็นปัญหา ทางเลือกที่ดีกว่าคือใช้ปุ๋ยหมัก

วิธีใช้

ตอนนี้คุณได้รู้เกี่ยวกับ ประโยชน์และ ข้อเสียของพีทมอสแล้ว แต่อาจไม่แน่ใจว่าจะใช้อย่างไร แม้มันจะมีคุณสมบัติที่ดีมากมายในการปลูกพืช แต่ไม่เหมาะสมที่จะใช้เป็นวัสดุปลูกด้วยตัวมันเองเพียงอย่างเดียว ส่วนใหญ่มักจะผสมที่อัตราส่วน 1:3 หรือ 2:3

สำหรับปรับปรุงดิน

พีทมอสถูกนำมาใช้ในการปรับปรุงดินมานานแล้ว เพราะมีคุณสมบัติที่ดีหลายอย่าง สำหรับดินเหนียวหรือดินที่อัดแน่นง่าย มันจะทำให้โครงสร้างของดินนิ่มลงและมีการระบายน้ำกับอากาศได้ดีขึ้น สำหรับดินทราย พีทมอสจะช่วยรักษาความชื้นและธาตุอาหารให้รากพืชได้ดูดซับได้ง่ายขึ้น

Peat moss mixing with soil

มักใช้กับอัตราส่วน 2:1 ดิน 2 ส่วนต่อพีทมอส 1 ส่วน หากต้องการจะใช้พีทมอสในการปรับปรุงดิน ควรรู้ว่ามันเปลี่ยนระดับ ค่าpH ของดินด้วย พึงระลึกไว้เสมอว่าระดับ pH เปลี่ยนแปลงมากเกินไปหรือไม่ และเหมาะสมกับพืชชนิดนั้นๆหรือไม่

เพราะพีทมอสเป็นสารอินทรีย์ ถ้าได้รับออกซิเจนและไนโตรเจนในปริมาณมากก็จะเริ่มแปลสภาพ บีบอัดรอบรากพืชทำให้พืชฉะงักการเจริญเติบโตได้ แนะนำควรผสมกับวัสดุปลูกอื่น เช่น เพอร์ไลท์ และ เวอร์มิคูไลต์ เพื่อลดการอัดแน่น เพิ่มความสมดุลโปร่งโล่ง ความชื้นและการไหลเวียนของอากาศ

การเพาะเมล็ด

หนึ่งในคุณสมบัติที่ดีของของพีทมอสคือปลอดเชื้อโรค จึงเหมาะมากสำหรับการเพาะเมล็ดต้นกล้า คุณสมบัติในการฆ่าเชื้อโรคตามธรรมชาติช่วยป้องกันแบคทีเรียและเชื้อราจากเมล็ด ยังระบายอากาศและน้ำได้ดีวัสดุปลูกละเอียด จึงเหมาะสำหรับการงอก

Seeding with Peat moss

สำหรับจุดประสงค์ในการเพาะเมล็ด สามารถให้พีทมอสเพียงอย่างเดียวโดยไม่ผสมหรือจะผสมก็ได้ หลายคนชอบผสมพีทมอส เพอร์ไลต์ ขุยมะพร้าว เวอร์มิคูไลต์ และอื่นๆ ในปริมาณที่แตกต่างกัน ช่วยป้องกันโรค เชื้อรา แบคทีเรีย วัชพืช และสิ่งไม่พึงประสงค์อื่นๆ ที่พบได้ทั่วไปในดิน

ข้อกังวลด้านสิ่งแวดล้อม

หนึ่งในข้อขัดแย้งที่ใหญ่ที่สุดเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม พีทมอสไม่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ภายในเวลาไม่กี่ปีได้ ต้องใช้เวลาอีกนับพันปีจึงจะมีคุณสมบัติดังที่กล่าวไว้ข้างต้น พีสมอสที่เสือมสภาพจึงไม่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และอีกประการเนื่องจากสถานที่ๆเกิดพีทมอส (Peatland) กักเก็บคาร์บอนไว้ได้มาก กลุ่มสิ่งแวดล้อมหลายแห่งมีการเฝ้าระวัง การทำเหมืองพีทมอส

Daily storage 3 grams CO2

International Peat Society  ระบุว่ากระบวนการเก็บเกี่ยวปล่อยคาร์บอนจำนวนมากสู่ชั้นบรรยากาศ และการปล่อยมลพิษยังคงดำเนินต่อไปแม้หลังจากการขุดเสร็จสิ้น ซึ่งหมายความว่าระบบนิเวศอาจได้รับผลกระทบ และเมื่อประเด็น โลกร้อนกำลังร้อนแรง ผู้คนตระหนักถึงวัสดุปลูกนี้มากขึ้น ในความเป็นจริง มีการโต้เถียงกันระหว่างผู้ผลิตพีทและนักอนุรักษ์เกี่ยวกับ ผลกระทบระยะยาวของมัน

Annual storage 1.13 kg CO2