Plant Factory With Artificial Lighting

Plant Factory With Artificial Lighting (PFAL)

Plant Factory With Artificial Lighting คืออะไร จำเป็นไหมสำหรับประเทศไทย? เรามักจะได้ยินกันแค่คำสั้นๆที่นิยมเรียกกันว่า Plant Factory หรือ PFAL จะไม่ค่อยได้ยินคนเรียกเต็มๆ ในบทความนี้เราจะเรียกย่อๆว่า PFAL ถ้าจะแปลอย่างง่ายๆ PFAL คือโรงงานผลิตพืชที่ใช้แสงประดิษฐ์ (แสงจาก หลอดไฟปลูกต้นไม้) ทดแทนแสงแดด

ฟังดูน่าจะกระชับและเข้าใจง่าย แต่เนื่องจากเราไม่ได้เป็นผู้นำในการทำ PFAL เราจึงอ้างอิงจากผู้ริเริ่ม และเป็นผู้นำในวงการนี้ ซึ่ง PFAL นั้นมีต้นกำเนิดมาจากประเทศญี่ปุ่น ริเริ่มโดย ศาสตราจารย์ ดร.โตโยกิ โคไซ (Prof. Toyoki Kozai) ซึ่งถือเป็นบิดาแห่ง PFAL โดยได้ให้ความหมายของ PFAL ไว้ดังนี้

โรงงานผลิตพืชที่โครงสร้างคล้ายคลังเก็บสินค้า

มีฉนวนกันความร้อน มีสภาพคล้ายสุญญากาศ มีชั้นวางหลายๆชั้นในแนวตั้ง มีหลอดไฟสำหรับแต่ละชั้น และอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับ PFAL อื่นๆ ได้แก่เครื่องปรับอากาศ พัดลมหมุนเวียนอากาศ เครื่องจ่ายสารละลายธาตุอาหาร ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และเครื่องควบคุมสภาพแวดล้อม

Toyoki Kozai

องค์ประกอบสำคัญของ PFAL ซึ่งกำหนดไว้โดย ศาสตราจารย์ ดร.โตโยกิ โคไซ (Prof. Toyoki Kozai) กำหนดไว้ดังนี้

  • จำนวนการแลกเปลี่ยนอากาศน้อยกว่า 0.015 h-1
  • มีฉนวนกันความร้อนทั้งหลังคาและผนัง ค่าสัมประสิทธิ์การถ่ายเทความร้อนต่ำกว่า 0.15 W/m-2/℃
  • ฝักบัวอากาศ หรือฝักบัวน้ำร้อนที่ห้องเพาะปลูกและห้องปฏิบัติงาน
  • มีชั้นปลูกระบบไฮโดรโปนิกส์และแสงไฟหลายระดับ
  • เครื่องปรับอากาศสำหรับทำความเย็น ที่สามารถลดความชื้นได้ในคราวเดียวกัน และเพิ่มการไหลเวียนของอากาศ
  • การเพิ่มก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และรักษาไว้ที่ประมาณ 1000ppm
  • เคลือบพื้นด้วยสีอีพ๊อกซี่เพื่อความสะอาด
  • มีการนำน้ำที่เกิดจากการควบแน่นที่แผงคอยล์เย็นกลับมาใช้ใหม่
  • มีระบบหมุนเวียนและฆ่าเชื้อสารละลายธาตุอาหาร

ทำไมจึงมีระบบ PFAL

จากการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของโลกในปัจจุบัน ที่มีผลกระทบทำให้สิ่งแวดล้อมเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างมาก ทำให้ฤดูกาลผิดเพี้ยน ฝนทิ้งช่วง อุณหภูมิเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และภัยพิบัติต่างๆที่ไม่สามารถคาดการ พื้นที่ทำการเกษตรลดลงอันเนื่องมาจากการขยายตัวของประชากร จึงเป็นเหตุผลสำคัญในการพัฒนาระบบ PFAL ที่สามารถทำการปลูกพืชได้ทุกที่

โดยไม่ต้องกังกลกับสภาพอากาศ เพราะปลูกในระบบปิดควบคุมสภาพแวดล้อมทุกอย่างให้เป็นไปตามที่กำหนด จึงทำให้ได้ผลผลิตตามที่ต้องการได้จากความหมายและข้อกำหนดต่างๆ จะเห็นได้ว่า

การผลิตพืชในระบบ PFAL นั้นใส่ใจทุกรายละเอียด ควบคุมสภาพแวดล้อมทุกอย่าง จึงทำให้ผักที่ได้จากกระบวนการผลิตนี้ สะอาดปลอดภัยต่อผู้บริโภคมากๆ และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากเพราะไม่มีการปล่อยของเสียออกสู่ธรรมชาติ และด้วยระบบปิดสนิท จึงไม่มีความจำเป็นต้องใช้สารเคมีกำจัดแมลง แต่ด้วยข้อจำกัดมากมายของระบบนี้ ทำให้ระบบการผลิตพืชแบบ PFAL ต้นทุนที่สูงตามไปด้วย

โดยส่วนมาก PFAL จะสร้างอยู่ในเมือง เนื่องจากต้องการลดค่าใช้จ่ายในการขนส่ง ทำให้ผักที่ส่งถึงมือผู้บริโภคยังคงสดใหม่ และลดความเสียหายจากการขนส่ง ผักที่ได้จากกระบวนการผลิตนี้ สามารถรับประทานได้เลยโดยไม่ต้องล้าง และสามารถเก็บได้นานกว่าปกติ เนื่องจากมีปริมาณแบคทีเรียน้อยกว่า 300UFC/g มั่นใจได้ในความสะอาด ถ้าผลิตจาก PFAL ที่ได้มาตรฐาน

ปัจจุบันในประเทศไทย ยังไม่มีหน่วยงานใดมากำหนดมาตรฐานของระบบ PFAL ว่าต้องมีข้อกำหนดใดบ้าง ล่าสุดทาง สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)

กำลังเริ่มดำเนินการเกี่ยวกับ Plant Factory (PF) โดยได้มีการประชุมจัดตั้งคณะกรรมการเพื่อระดมความคิด จากนักวิชาการ และบริษัทเอกชนที่เกี่ยวข้อง เพื่อวางแนวทางในการขับเคลื่อน และเผยแพร่ให้ความรู้กับประชาชนทั่วไป คาดว่าจำดำเนินการเสร็จสิ้นเร็วๆนี้

ระบบ PFAL จำเป็นสำหรับประเทศไทยหรือไม่

เรามักจะได้ยินกันว่า ประเทศไทยแดดเหลือเฟือ ทำไมต้องใช้แสงเทียม ไม่เห็นจำเป็นต้องใช้ไฟปลูกต้นไม้ พื้นที่เพาะปลูกก็มีมาก ทำไมต้องไปปลูกเป็นชั้นๆด้วย ไม่เห็นจำเป็นต้องใช้ระบบ PFAL ถ้าหากเราพูดถึงผักทั่วไปเช่น ผักคะน้า ผักบุ้ง ต้นหอม ผักชี ก็คงจะไม่จำเป็นที่จะต้องใช้ระบบ PFAL

จริงๆแล้ว ถ้าหากเราพูดถึง พืชสมุนไพร ที่ใช้ทำยา เช่นใบบัวบกที่ต้องการให้มี สารประกอบเทอร์พีนอยด์ (Terpenoids Compound) ในปริมาณที่สูง และให้มีปริมาณสารเท่ากันทุกรอบการปลูก หรือ พืชสมุนไพรที่เป็นกระแสแรงในตอนนี้อย่างเช่น กัญชา ที่ต้องการให้มีสารสำคัญแคนนาบินอยด์ (Cannabidiol : CBD) ในปริมาณที่สูง และให้มีสารสำคัญเท่ากันทุกๆรอบการปลูกไม่มีโลหะหนักเจือปน ถ้ามีความต้องการแบบนี้

เราจะไม่สามารถใช้ระบบการปลูกแบบเดิมๆได้ เพราะการปลูกแบบคอยฟ้าคอยฝนนั้นไม่สามารถควบคุมได้ ไม่สามารถทำให้พืชมีคุณภาพเท่ากันทุกรอบการปลูก ไม่สามารถหลีกเลี่ยงโลหะหนักที่จะเจือปนในพืชได้ ในส่วนของกัญชาที่ใช้เฉพาะดอกนั้น ถ้าหากเป็นการปลูกแบบปกติ 1 ปี กัญชาจะให้ดอกแค่ 1 รอบเท่านั้น เพราะกัญชาเป็นพืชวันสั้นจะออกดอกเฉพาะหน้าหนาวซึ่งมีแสงแดดน้อยกว่า 12 ชั่วโมงต่อวัน แต่ถ้าหากปลูกในระบบ PFAL ที่ใช้แสงจากหลอดไฟปลูกต้นไม้ เราสามารถกำหนดชั่วโมงการให้แสงได้ นั้นคือเราสามารถทำให้กัญชาออกดอกเมื่อไหร่ก็ได้

บทความ: วิธีปลูกกัญชา