เพอร์ไลท์ คืออะไรและใช้ปลูกอะไรดี

เพอร์ไลท์คือ

เพอร์ไลท์ คือ

เพอร์ไลท์ คุณสมบัติ

เพอร์ไลท์คือวัสดุธรรมชาติที่เกิดจากการสลายตัวของหินภูเขา ไม่พองตัวเหมือนฟองน้ำ มีน้ำหนักเบา สามารถอุ้มน้ำได้ 3-4 เท่า มีความหนาแน่นประมาณ 95 – 145 kg/m3 มีความสามารถในการอุ้มน้ำและระบายอากาศได้ดี มีการยุบตัวน้อย ใช้สำหรับเพาะเมล็ด หรือเป็นวัสดุปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ หรือจะเป็นวัสดุปลูกต้นไม้ ไม้ดอกไม้ประดับทั่วไป โปร่งโล่งรากเดินสะดวก แถมราคาไม่แพงมากอีกด้วย

เพอร์ไลท์
Perlite
ส่วนประกอบ เพอร์ไลท์โลก % เพอร์ไลท์ไทย %
PERLITE ซิลิคอนไดออกไซด์ SiO2 71.0-75.0 71.02
อะลูมิเนียมออกไซด์ AI2O3 12.5-18.0 16.09
โพแทสเซียมออกไซด์ K2O 4.0-5.0 5.59
น้ำและส่วนประกอยเคมีอื่น H2O 3.0-5.0 3.57
โซเดียมออกไซด์ Na2O 2.9-4.0 0.90
แคลเซียมออกไซด์ CaO 0.5-2.0 0.58
เหล็กออกไซด์ Fe2O3 0.5-1.5 0.71
แมกนีเซียมออกไซด์ MgO 0.1-0.5 0.41
ไอเอิร์นออกไซด์ FeO 0.0-0.1 0.73

เพอร์ไลท์ไม่ทำปฏิกิริยาเคมีหรือไอออนิกใดๆ ดังนั้นจึงเป็นคุณสมบัติที่ปลอดเชื้อเหมาะสำหรับการเพาะเมล็ด ต้นกล้า หรือการปักชำกิ่ง เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการปลูกพืชไร้ดิน

เพอร์ไลท์
Perlite with soil planting

เพอร์ไลท์ ประโยชน์

ประโยชน์ของ เพอร์ไลท์ยังมีอีกหลายอย่าง เพอร์ไลท์ส่วนใหญ่ถูกนำไปใช้ในงานด้านก่อสร้าง เพื่อประโยชน์ในการลดน้ำหนักของสิ่งก่อสร้าง ช่วยเป็นฉนวนป้องกัน ความร้อน ความเย็น และยังสามารถเป็นผนังป้องกันเสียงได้ นอกจากนี้ได้มีการนำไปใช้ในงานด้านต่างๆ ตลอดจนงานทางด้านเกษตร และงานด้านอุตสาหกรรมอื่นๆ เช่น ด้านอุตสาหกรรมก่อสร้างด้านอุตสาหกรรมก่อสร้าง มีการนำเพอร์ไลต์มาใช้ในด้านอุตสาหกรรมก่อสร้างมากถึง 70%ของปริมาณที่ผลิตได้ทั่งโลก

Hydroponic pure Perlite planting
Perlite and Vermiculite mixed planting

เพอร์ไลท์ เวอร์มิคูไลท์ ต่างกันยังไง

เวอร์มิคูไลท์ มีลักษณะเป็นแผ่นบาง ๆ คล้ายเกล็ดปลาซ้อนกันหลาย ๆ ชั้น มีความหนาแน่นรวมประมาณ 95 – 145 kg/m3 และสามารถอุ้มน้ำได้มากถึง 500% (w/w) เวอร์มิคูไลท์มีธาตุอาหาร โพแทสเซียม แมกนีเซียม และแคลเซียม ที่พืชสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ เมื่อใช้ไปนานๆจะยุบตัวลง ๆ ภายใน 1 ปี ปริมาตรจะลดลงเหลือประมาณ 20% ของปริมาตรเดิม และเมื่อผ่านไปประมาณ 2 ปี สมบัติในการอุ้มน้ำและถ่ายเทอากาศจะสูญเสียไปจนไม่สามารถใช้เป็นวัสดุปลูกได้อีก

Vermiculite

เวอร์มิคูไลท์ กับการเพาะปลูก

ลักษณะทางกายภาพที่เล็กและร่วน มีค่าpH เป็นกลาง ที่สำคัญเป็นเหมือนฉนวนกันความร้อน จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับนำไปเป็นวัสดุเพาะเมล็ด เมื่อมีต้นอ่อนต้นแรกแตกออกมาจากเมล็ดแล้ว ควรให้ปุ๋ยเสริมทันที

เวอร์มิคูไลท์ยังแลกเปลี่ยนไอออนบวกของดินได้ดี สิ่งนี้ทำให้ช่วยให้ดูดซึมสารอาหารได้มากและที่สำคัญค่อยๆปล่อยสารอาหารเหล่านั้นออกมาให้พืชผ่านขึ้นไปทางรากอย่างช้าๆและเหมาะสม อัตราการผสมและวัสดุปลูกที่เวอร์มิคูไลท์จะไปผสมด้วยนั้น ขึ้นอยู่กับชนิดพืชที่จะปลูกและเคล็ดลับของแต่ละท่านที่สามารถจะนำไปประยุกต์ใช้

Perlite and Vermiculite mixed planting

เพอร์ไลท์คือ อะไรเหมาะกับการเพาะปลูกไหม

เพอร์ไลท์มีลักษณะที่แข็งกว่าเวอร์มิคูไลท์ ดูดซับน้ำได้น้อยกว่าและอุ้มน้ำได้ไม่นาน แต่ทำให้ดินร่วนโปร่งได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าเวอร์มิคูไลท์ ดังนั้นเมื่อนำ เพอร์ไลท์และเวอร์มิคูไลท์มาผสมกันจึงได้วัสดุปลูกที่ดีเยี่ยม มีคุณสมบัติตามต้องการเช่น ต้องการความชื้นมากก็ใช้อัตราส่วนของ เวอร์มิคูไลท์มากขึ้น ต้องการน้ำก็ลดตามอัตราส่วนลงไปจะกว่าจะได้ความชื้นตามที่ต้นไม้ชนิดนั้นๆที่ต้องการ

Perlite and soil mixed

เพอร์ไลท์ ผสมดินปลูก

ดินร่วน พีทมอส ปุ๋ยหมัก เพอร์ไรท์ เวอร์มิคูไลท์ อย่างละ1ส่วน ในสัดส่วนที่เท่ากัน นำมาผสมให้เข้ากัน จะทำให้ดินโปร่ง ระบายน้ำได้ดีและมีอากาศถ่ายเทในดินสะดวก หากต้องการความโปร่งมากสามารถ เพิ่มจำนวนเพอร์ไรท์ได้ตามต้องการ เพอร์ไลต์สามารถใช้ในการโรยหน้าดินได้ ช่วยในการระบายของน้ำ เพอร์ไลต์มีราคาแพงกว่าดินและมะพร้าวสับ สามารถนำมาใช้เพื่อลดค่าใช้จ่ายได้

สรุป

หินเพอร์ไลท์ เป็นวัสดุธรรมชาติที่มีประโยชน์มากมายดังที่กล่าวไว้ข้างต้น ในที่นี้เน้นการใช้งานเป็นวัสดุปลูก สามารถใช้โดย แบบไม่ผสม และแบบผสม ตามที่พืชชนิดนั้นต้องการ แบบไม่ผสมเหมาะกับการปลูกแบบ ไฮโดรโปนิกส์ มากสามารถส่งผ่านความชื้นได้ดี หรือผสมกับวัสดุปลูกอื่นๆ เช่นดินหรือเวอร์มิคูไลท์ เพื่อปรับสภาพดินให้เหมาะสมกับพืชที่มีความต้องการความชื้นต่างกัน